ในคู่มือนี้ · 5 หัวข้อ
คู่มือความรู้ด้านความปลอดภัยทางถนน
องค์การบริหารส่วนตำบลบางรักน้อย
5 ปัจจัยเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ
หลีกเลี่ยง 5 ปัจจัยเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ อัตราความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุก็จะลดน้อยลงจนแทบไม่มีโอกาสเกิดขึ้น
การหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่อาจจะเกิดอุบัติเหตุ และการเตรียมความพร้อมของผู้ขับขี่ รถยนต์ พฤติกรรมในการขับขี่ การปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ซึ่งทั้งหมดกระทำอยู่บนความไม่ประมาทแล้วละก็ อัตราความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุก็จะลดน้อยลงจนแทบไม่มีโอกาสเกิดขึ้น ทีมงานจึงได้รวบรวม 5 ปัจจัยเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ มีดังนี้
- ใช้ความเร็วสูงในการขับขี่ การใช้ความเร็วสูงขณะขับขี่มีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับการขับขี่ด้วยความเร็วปกติ และเมื่อยามที่ผู้ขับขี่ต้องใช้เส้นทางที่ไม่คุ้นเคยแล้วละก็ การใช้ความเร็วสูงก็จะยิ่งเสี่ยงมากขึ้น อาจจะเผลอใช้ความเร็วมากเกินไปในการเข้าโค้ง ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดอันตรายได้ แต่หลายๆ คน ในยามรีบเร่งก็มีความจำเป็นที่จะต้องทำความเร็ว หนึ่งวิธีที่จะช่วยให้เราไม่ต้องขับขี่ด้วยความเร็วก็คือการเผื่อเวลาเดินทาง และศึกษาเส้นทางก่อนออกเดินทางเสมอ
- ความไม่พร้อมของผู้ขับขี่ อาการง่วงนอน ความเครียด อาการมึนเมาต่างๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ทำให้ความสามารถในการขับขี่ลดน้อยลง ซึ่งเมื่อความสามารถลดน้อยลงประสิทธิภาพในการขับขี่ก็มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นสวนทางกัน เพราะฉะนั้นการพักผ่อนอย่างเพียงพอ การดูแลตัวเอง ไม่เครียด และเตรียมความพร้อมร่างกายให้ดีอยู่เสมอ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงได้แล้ว
- ไม่ปฏิบัติตามกฎจราจรป้ายเตือน ป้ายห้ามข้อกำหนดต่างๆ บนท้องถนน ล้วนแล้วแต่มีความสำคัญยิ่ง ผู้ขับขี่ทุกคนจึงต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ยกตัวอย่างป้ายห้ามแซง หรือเส้นแบ่งจราจรเส้นทึบห้ามแซง ในขณะขับขี่หากพบไม่ควรแซงเด็ดขาด เพราะเป็นช่วงถนนที่เราไม่สามารถมองเห็นรถที่สวนมาได้อย่างชัดเจน และเมื่อแซงขึ้นไปแล้วมีรถสวนมาก็จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ทั้งตัวผู้ขับขี่เอง และผู้ร่วมขับขี่บนท้องถนนคนอื่นด้วย
- ใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่ ในปัจจุบันเราจะสังเกตเห็นได้ว่าผู้ขับขี่หลายๆ คน ยังใช้โทรศัพท์กันในขณะขับขี่ไม่ว่าจะเป็นการคุยโทรศัพท์ หรือแม้กระทั่งเข้าถึงโซเชียลต่างๆ ซึ่งการที่เราละสายตาจากถนนเพียงไม่กี่วินาที อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ ในขณะที่คุณก้มลงดูหน้าจอโทรศัพท์รถคันหน้าอาจจะเบรกกะทันหันทำให้เราเบรกรถไม่ทันได้ หรือแม้แต่การคุยโทรศัพท์แต่สายตายังมองไปบนถนนก็ตาม แต่สมาธิจดจ่ออยู่กับการคุยโทรศัพท์ก็อาจจะทำให้เราตัดสินใจไม่ทันการเมื่อเกิดเหตุคับขันขึ้น
- ความไม่พร้อมของรถยนต์ อีกปัจจัยที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน หากเมื่อคนพร้อม แต่รถไม่พร้อมแล้วก็อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ ดังนั้นเราควรหมั่นตรวจเช็คสภาพรถให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ สำหรับรถใหม่ก็ควรเข้าตรวจเช็คระยะตามกำหนดให้ครบถ้วน และคอยสังเกตถึงความผิดปกติที่อาจจะเกิดขึ้นได้แม้จะเป็นรถใหม่ก็ตาม เพื่อความไม่ประมาท และสำหรับรถที่มีอายุการใช้งานมากแล้ว ก็ควรตรวจเช็คให้ละเอียดยิ่งขึ้น และไม่ควรปล่อยปละละเลยการเปลี่ยนชิ้นส่วน และการบำรุงรักษาตามระยะ ไม่ว่าจะเป็น การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ระบบเบรก น้ำมันหล่อลื่นต่างๆ สายพาน เป็นต้น
มาตรการ 4 ห้าม 3 ต้อง
- ไม่ขับรถเร็ว เมาไม่ขับ โทรไม่ขับ ง่วงไม่ขับ
- ร่วมใจใส่หมวกนิรภัย
- คาดเข็มขัดนิรภัย
- ต้องมีใบอนุญาตขับรถ
- เมาไม่ขับ
- งดขับรถเร็ว
- สวมหมวกนิรภัย
- คาดเข็มขัดทุกที่นั่ง
- ห้ามฝ่าไฟแดงและย้อนศร ไม่ขับรถกระชั้นชิด
- ควรหยุดพักเป็นระยะ หากขับทางไกลกว่า 200 กม.
- มีสติและสมาธิในการขับรถงดการใช้โทรศัพท์เด็ดขาด
ก่อนเดินทางไกลทุกครั้ง ในวันหยุดหรือช่วงเทศกาล ทุกท่านควรมาทบทวนหรือศึกษากันก่อนว่า การขับรถทางไกล เราต้องทำอะไร หรือเตรียมตัวอย่างไรกันบ้าง
- ตรวจสภาพคนให้พร้อม สิ่งแรกที่ไม่ควรละเลยคือการเตรียมพร้อมของผู้ขับขี่ คือนอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่ก่อนเดินทางไกล
- ตรวจสภาพรถอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำมันเฟืองท้าย ไฟรถ ยางรถ ฯลฯ ควรตรวจเช็คอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง เพื่อความมั่นใจว่าไม่มีส่วนใดบกพร่อง และสังเกตอาการผิดปกติต่าง ๆ ของรถเพื่อที่จะแก้ไขได้ทันท่วงที
- ยางรถควรอยู่ในสภาพดี ความลึกของดอกยางไม่ควรต่ำกว่า 3 มม. ตรวจสอบลมยางให้อยู่ในพิกัด และถ้าหากยางหมดสภาพก็ควรเปลี่ยนก่อนเดินทาง
- ระบบเบรกต้องพร้อม ควรเลือกใช้น้ำมันเบรกที่เหมาะสมและหมั่นตรวจเช็คระดับและสภาพของน้ำมันเบรก ขั้นต่อมาคือผ้าเบรก ถ้าเบรกแล้วพวงมาลัยปัดหรือรถไม่หยุดวิ่ง ให้เปลี่ยนผ้าเบรกทันที
- ใบปัดน้ำฝนหรือหม้อน้ำ ควรเปลี่ยนทุกปีครึ่ง หม้อน้ำต้องมีน้ำฉีดออกได้ตรงตามเป้าที่ต้องการ
- ไฟต้องเรียบร้อยทุกดวงไฟส่องทาง ไฟสูง ไฟต่ำ ไฟเลี้ยว ไฟจอด ไฟเบรก ควรตรวจดูให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ใช้งานได้ตลอดเวลา ถ้าหลอดไฟขาดควรเปลี่ยนในทันที
- ตรวจหม้อระบายความร้อน ตรวจสอบหม้อน้ำอยู่เสมอ การเติมน้ำยาป้องกันหม้อน้ำเดือดช่วยป้องกันสนิมและตะกรันไม่ให้เกาะตามส่วนต่าง ๆ ของหม้อน้ำได้
- ความเร็วของรถควรจำกัด ไม่ควรขับรถเร็วมาก โดยเฉพาะเมื่อถนนเปียก ควรลดความเร็วลง 2 ใน 3 ของการขับบนถนนแห้ง การลดความเร็วให้เหมาะสม ยางจะจับเกาะถนนได้ดีขึ้น
- อย่าจี้คันหน้าระยะตามรถคันหน้า ควรขับทิ้งระยะห่างด้วยเวลา 2 วินาที สำหรับถนนแห้ง แต่ถ้าฝนตกถนนลื่น ควรทิ้งระยะห่างเป็น 4 วินาที
- ใช้ไฟสูงบอกตำแหน่งรถ หากฝนตกหนักและทัศนวิสัยเลวมาก ๆ หรือขับรถยนต์ค่ำคืนสามารถใช้ไฟสูงได้ตลอดเวลา และลดไฟลงมาหากมีรถสวนมาเพื่อบอกตำแหน่งรถกับผู้อื่น
- หลีกเลี่ยงการแซง ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ควรอดใจรอสักนิดจะดีกว่าถือว่าช้าไปบ้างยังดีกว่า สิ่งสำคัญในการขับขี่รถยนต์ก่อนเดินทางทุกครั้ง คือ สติของผู้ขับขี่ขณะขับรถอย่างคิดว่าไม่มีอะไร แต่ให้คิดว่ามีอะไรไว้ก่อนเพื่อวางแผนในการขับขี่และแก้ไขได้ทันท่วงที ขอให้ทุกท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพ
ขอความร่วมมือประชาชนผู้ใช้เส้นทาง
"เปิดไฟหน้ารถทุกชนิดในระหว่างสัญจร"
เปิดไฟหน้ารถ ลดอันตรายจากการขับขี่
เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยในการมองเห็นแก่ผู้ขับขี่และช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุรวมทั้งขอความร่วมมือผู้ใช้รถใช้ถนนขับรถมีน้ำใจรักษาวินัยจราจรขับขี่ด้วยความระมัดระวัง เคารพกฎจราจรพร้อมศึกษาเส้นทางที่จะใช้เดินทางเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้ทางและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ
จัดทำโดย
งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
องค์การบริหารส่วนตำบลบางรักน้อย
โทร. 02-193-4515
สายด่วน 24 ชั่วโมง
โทร. 089-9203011
เอกสารแนบ
| ชื่อไฟล์ | ชนิด | ขนาด | การดำเนินการดาวน์โหลด |
|---|---|---|---|
คู่มือความรู้ด้านความปลอดภัยทางถนน.pdf ดูตัวอย่างในหน้านี้ | 544 KB |
ทั้งหมด 1 ไฟล์ ขนาดรวม 544 KB
